About candidate

Here are my most recent posts

ประสบการณ์เฉียดทอง! เจ็ตสกีไทย สลับเหรียญ หลังขับอ้อมผิดทุ่น

ความปั่นป่วนเล็กน้อยในการแข่งขันเจ็ตสกี ศึกเอเชียนเกมส์ 2018
ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในรุ่นรันอเบาต์ 1100 สต็อก โมโต 4 ได้มีการปรับคะแนน โดย
ประดิษฐ จากที่เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ได้เหรียญทอง เปลี่ยนมาได้แค่เหรียญเงิน ส่วน
อรรถพล ได้ขยับมารับเหรียญทองเอเชียนเกมส์แทน

วันที่ 25 ส.ค.2561 ในการแข่งขันเจ็ตสกี รุ่นรันอเบาต์ 1100 สต็อก โดย น้อย ประดิษฐ
บุรี นักกีฬาเจ็ตสกีรุ่นเก๋ษ วัย 45 ปีควบเจ็ตสกีคู่ใจทำเฟอร์เฟ็กต์เกมเข้าเส้นชัยติดต่อกัน 4 โมโต รวม 4 โมโตมีคะแนนสะสม 240 คะแนน คว้าอันดับ 1 ในการแข่งขันเจ็ตสกี รุ่นรันอะเบาต์ 1100สต็อก

ขณะที่ อรรถพล คุณสา อีกหนึ่งนักเจ็ตสกีหนุ่มไทยวัย 33 ปีในรุ่นนี้
ได้ลงแข่งขันโมโตที่ 4 เข้าเส้นชัยตามเป็นอันดับ 2 รวม 4 โมโตมีคะแนนสะสม 198
คะแนน ส่วนอันดับ 3 สาลี่ อู เมือต จากกัมพูชา 183 คะแนน

ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันได้มีการประท้วงว่า ประดิษฐขับอ้อมทุ่น และหลงสนาม
โดยขับผิดเส้นทางจึงมีการลบเหรียญของทีมชาติไทยออกจาผลการแข่งขันบนเว็บไซต์ทางการของการแข่งขันเป็นการชั่วคราว สร้างความสงสัยให้กับนักข่าวและผู้ติดตามหลายๆ คนจนกระทั่งมีผลสรุปออกมาใหม่

โดยผลสุดท้ายคณะกรรมการได้ทำการปรับคะแนน เหลือเพียง 22
คะแนนในโมโตสุดท้าย รวม 202 คะแนน ทำให้อรรถพลขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 1
คว้าเหรียญทอง มี 205 คะแนน ส่วนประดิษฐเป็นอันดับ 2 ได้เหรียญเงินแทน

ส่วนรุ่นสกี โมดิฟายด์ แชมป์ กษิดิศ ธีระประทีป นักเจ็ตสกีดาวรุ่งวัย 16 ปี
ลงแข่งขันโมโตสุดท้ายเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 5 รวม 4 โมโต มีคะแนนสะสม 180 คะแนน
คว้าเหรียญเงินไปครอง

ขณะที่ ณัฐกร ภูภักดี นักบิดวัย 27 ปี เข้าป้ายในอันดับ 3 รวม 4 โมโต มีคะแนนสะสม
173 คะแนน คว้าเหรียญทองแดง ส่วนเหรียญทอง อู โมอุต ซาลี่ จากกัมพูชา
คะแนนสะสม 233 คะแนน

โดยการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย
จะมีการแข่งขันจนถึงวันที่ 2 กันยายน 2561แฟนกีฬาสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง ช่อง Workpoint กดหมายเลข 23หรือช่องทางออนไลน์ทาง Facebook : Workpoint Entertainmentและ YouTube :Workpoint Official…

“ราชันเขียวขาว” เรอัล เบติส เพิ่งมาปลดล็อกชนะ

 

มาลาก้าในเกมล่าสุด ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ชนะใครมา 4 นัด ตัวเจ็บมี ฮัวคิ, โฮเซ่ คาร์ลอส และปิชชิ แนวรุกนำโดย อเลเกรียกับ ซานาเบรีย วิงแบ็ก 2 ฝั่งคาดใช้ เซฮูโด้และ เดอร์มิชี่  3 ห้องเครื่องเป็น เปตรอส, อาร์โด้ และเซบัลลอส“ทีมดาดๆ” เรอัล โซเซียดาด ปีนี้มาดี 5 นัดหลังสุด ชนะ ไป 3 แนวรุกของพวกเขาถือว่าจัดจ้านมากในฤดูกาลนี้ อกิเร็ตเซ่กับวิลเลี่ยมโอเซ่ ลงเล่นไมได้ 3 ประสานแนวรุก ใช้เวล่า ฆวนมี่ และโอยาร์ซาบัล ส่วนแผงมิดฟิลด์ 3 คน ชะเป็นปริเอโต้ , อิยาร์ร่าเมนดี้ และ ซูรูซูต้าทรรศนะ : ต้องยอมรับว่า โซเซียดาด ปีนี้มาแรง โดยเฉพาะ ฆวนมี่กับโอยาซาบัล ต่อบอกเลยชั่วโมงนี้ถ้าไม่ใช่ทีมใหญ่กว่าก็หยุดยาก สรุปทีมเยือนน่าจะมีโอกาสชนะมากกว่า เพราะ เบติส เองก็เอาแน่เอานอนไมได้ 3 วันดี 4 วันไข้เช่นกัน”หงส์แดง” เจ้าบ้านเพิ่งเจอเกมอัปยศมา พวกเขาแพ้ เลสเตอร์ 3-1 ที่ไม่มีผู้จัดการทีม และได้พักมากว่า 16 วันด้วย อิ๊งก์ส , กรูยิช , เฮนเดอร์สั และ เอจาเรีย เดี้ยง เกมรุกนำทัพคาดยังใช้ ลัลลานา, ชาน และ ไวนัลดุม ประสาย 3 หอก มาเน่ , ฟีร์มิโน่ และ  คูตินโญ่ “ปืนใหญ” อาร์เซน่อล หลังจากชนะทีมซัตตันของพี่อ้วนมาก็ได้พักยาว 2 อาทิตย์ เพราะเซาธ์แฮมป์ตัน ไปชีงลีกคัพกับแมนยูฯ  กาซอร์ล่า,  เดอบุซซี , แรมซีย์ และซาโนโก้ เกมรุกแดนกลางยังใช้ ชาก้า , เอลเนนี และโอซิล ประสานแนวรุกแนวหน้าอย่าง อิโวบี, วัลค็อตต์ และ อเล็กซิสทรรศนะ : เกมนี้เหมือนเกมชี้ชะตาลุ้นพื้นที่ยูฟ่า ของลิเวอรืพูลกลายๆเลยทีเดียว ถ้ายังบู่ต่อไปก็มีสิทธิ์ หลุดวงโคจรแน่ๆ ดังนั้นพวกเขาต้องเรียกตัวเองกลับมาในเกมนี้ แต่อาร์เซน่อลท่ฟิตกว่าก็ใช่ย่อยไม่แพ้ ง่ายๆ สรุปน่าจะเจ้ากันไปแบบสนุก”ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส เจ้าบ้าน อยู่ในช่วงโหด เพิ่งถล่ม สโต้ค ที่เดอะเลน 4-0 มี เคน เป็นตัวอันตราย ตอนนี้มีเพียงโรสที่เจ็บ และลาเมลาที่กำลังเรียกความฟิต คาดเกมรุกคาดใช้โมอัสซ่า เดมเบเล่ ,  วานยาม่า ,เดวีส์ , วอล์คเกอร์ , อัลลี่ ,คริสเตียน เอริคเซน และ แฮร์รี เคน”ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน เริ่มคืนฟอร์ม เกมที่แล้ว ก็ชนะ ซันเดอร์แลนด์เบาะๆ 2-0 ลูกกากู ก็ยิงได้เรื่อยๆ เช่นกัน ตัวเจ็บมี เลวิน , เบซิช และ โบลาซี่ แดนกลางนำทัพคาดส่ง ชไนเดอร์แลง , แบร์รี่ และกูเอเย ประสาน 3 หัวหอกอย่าง บาร์คลี่ย์ , อลุคแมน และลูกากูทรรศนะ : เกมนี้จะกลายเป็นเกมวัดคมของ “เคน” และ “ลูกากู” 2 ตัวของทั้งคู่ซึ่งน่าจะโดนจับตายแบบไม่ให้ขยับไปไหนได้เลย แถมแนวรับ ก็ดีพอๆ กันด้วย ยิงกันยาก และอาจต้องลุ้นจากพวกลูกตั้งเตะเอา น่าจะเสมออีกนะ…

เหตุผลที่ ‘หงส์แดง’ ห้ามพลาดโควต้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

 

ทัพหงส์แดงกำลังพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อที่จะจับจองตั๋วไปแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า และนี่คือเหตุผลว่าทำไมพวกเขาตั๋วใบนี้ถึงสำคัญกับพวกเขาเหลือเกิน

ย้อนกลับไป 7 นัดหลังสุดของลิเวอร์พูล จะเห็นว่า พวกเขาสามารถเก็บ 3 แต้มเต็มจากการเล่นเป็นทีมเยือนทั้งหมด แต่กลับกัน การเล่นเป็นเจ้าบ้านนั้น พวกเขากลับทำได้แค่เพียง 2 คะแนนจาก 3 นัดเท่านั้น (เสมอบอร์นมัธ, เซาธ์แฮมป์ตัน และ แพ้คริสตัล พาเลซ) ซึ่งความจริงแล้วต้องยอมรับว่า ฟอร์มแบบนี้สามารถทำให้พวกเขาหลุดวงโคจรลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ง่ายๆ เลย

อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ยังคงเกาะอันดับท็อป 4 อยู่ได้จนถึงปัจจุบัน โดยตอนนี้ หน้าที่ของพวกเขาก็คือการเก็บ 3 แต้มให้ได้จากเกมนัดปิดฤดูกาล ซึ่งแน่นอนเป้าหมายหนึ่งเดียวของพวกเขาในตอนนี้คือการกลับไปโลดแล่นในเวทียุโรปให้ได้ เมื่อปีก่อน จริงๆ แล้ว ลิเวอร์พูลเองก็เกือบจะได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่สุดของยุโรปนี้แล้ว หลังจากที่ทะลุเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโรป้า ลีก แถมยังออกนำเซบีญาไปก่อนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สุดท้ายพวกเขาก็เป็นฝ่ายแพ้ไปอย่างเจ็บปวด ทัพหงส์แดงเคยผ่านเข้าไปเล่นนัดสำคัญๆ อยู่บ่อยๆ ทั้งการทะลุเข้าชิงลีกคัพ ที่พวกเขาก้แพ้ให้กับ แมนฯ ซิตี้ ส่วนปีก่อนหน้านั้นอีกที ก็แพ้ให้กับแอสตัน วิลล่า ในรองรองชนะเลิศ ฟุตบอลเอฟเอ คัพ เรียกได้ว่า พวกเขามักจะทำผลงานได้ดีก่อนทีจะมาตกม้าตายเสมอ ดังนั้น ในเกมสุดท้ายกับมิดเดิ้ดสโบรห์ของทัพหงส์แดงจึงน่าเป็นห่วงพอสมควร ไม่มีใครปฏิเสธว่า คล็อปป์ได้สร้างลิเวอร์พูลยุคใหม่ขึ้นมาแล้ว พวกเขากลายเป็นทีมที่มีเกมรุกดุดัน ไหลลื่น และดูน่าตื่นเต้น ทว่าหากพวกเขาพลาดตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปในปีหน้า บางทีสไตล์เหล่านี้

ถ้าหากลิเวอร์พูลพลาดท่าอดไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทีมที่จะแซงหน้าคว้าตั๋วของเขาก็คงจะเป็นอาร์เซนอล ขณะที่คู่อริตัวฉกาจอีกรายอย่างแมนฯ ยู ก็มีลุ้นไปแชมเปี้ยนส์ลีกจากการคว้าแชมป์ยูโรป้าลีกในฤดูกาลนี้เช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่า หากเกิดขึ้นแบบนี้จริงๆ ปีหน้า ก็คงเป็นอีกปีที่ลิเวอร์พูลต้องดูคู่อริของพวกเขาโลดแล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกแทน

ผลจากการผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลถ้วยใญ่สุดของยุโรปนี้ ก็คือเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามา ซึ่งแน่นอนว่า หากลิเวอร์พูลทำได้แค่อันดับ 5 จำนวนเงินที่พวกเขาจะได้จากยูโรป้า ลีก นั้นคงแตกต่างจากสิ่งที่แมนฯ ยู และ อาร์เซนอล จะได้จากแชมเปี้ยนส์ลีกมากทีเดียว

 

คล็อปป์คงจะโน้มน้าวนักเตะชั้นยอดให้มาร่วมทีมได้ยากหากต้องแข่งกับทีมที่ได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก แถมการที่พวกเขาไปเล่นยูโรป้า ลีก ฤดูกาลหน้า คงจะทำให้โปรแกรมการแข่งขันของลิเวอร์พูลแออัดขึ้น และนั่นหมายถึงการคว้าตำแหน่งท็อปโฟร์ก็ยากขึ้นไปอีก

 …

ไฮไลท์ฟุตบอล!จังโก้เฉือนหวิว1-0 ทะลุรอบรองฯโกลด์คัพ

 

ไฮไลท์ฟุตบอลวันนี้ไปเป็นศึกชิงแชมป์โซนคอนคาเคฟ รอบก่อนรองชนะเลิศถ้วยโกลด์คัพ เม็กซิโกโคจรมาพบกับฮอนดูรัส ทีมจังโก้วางออร์เบลีน ปิเนด้ามิดฟิลด์ดาวรุ่งลงปั้นเกม ทีเด็ดเกมรุกหวังพึ่ง อังเคล เซปุลเวด้า ส่วนอีกด้านทีมฮอนดูรัส กุนซือฮอร์เก้ ลุยส์ ปินโต้ ส่งเมย์เนอร์ ฟิเกรัว ลงคุมแนวรับ แนวรุกหวังพึ่งทีเด็ดของรอมเมลล์ เควียตโต้และโอวิดิโอ ลานซ่า

ครึ่งแรกเล่นมาได้ 3 นาทีทีมจังโก้ก็ออกนำอย่างรวดเร็วไฮไลท์ฟุตบอลสกอร์แรกของเกม เมื่ออัลเบร์โต้ ดูเอนญาส ได้บอลในกรอบฝั่งซ้าย ก่อนปาดบอลมาหน้าประตู เอลีอาส เอร์นานเดซแหย่ชาร์จไม่ถึงบอลแต่บอลยังลึกไปเสาไหล โรดอลโฟ่ ปิซาร์โร่ปรี่เข้ากระทุ้งบอลระยะเผาขนสุดปัญญาที่ หลุยส์ โลเปสนายด่านฮอนดูรัสจะปัดป้องไว้ได้เข้าไปตุงตาข่ายเป็น 1-0

นาทีที่ 7 เม็กซิโกได้ลุ้นเพิ่มเมื่อ เฮซุส โมลีน่ามิดฟิลดิ์ตัวตัดเกมสอดมาโหม่งลูกตั้งเตะจากนอกกรอบเขตโทษ แต่กดไม่ลงบอลข้ามคานไป

เม็กซิโกโต้กลับได้น่ากลัวในนาที 13 เมื่อเอลีอาส เอร์นานเดซลากบอลขึ้นมากราบขวาก่อนเปิดไปลุ้นเสาไกลที่มีออร์เบลีน ปิเนด้าสอดขึ้นมาจะเข้าชาร์จ แต่โชคยังดีที่หลุยส์ โลเปสนายด่านฮอนดูรัสออกมาปัดบอลเปลี่ยนทางออกหลังไปได้เสียก่อน เม็กซิโกจึงได้เพียงลูกเตะมุม

นาที 35 ทัพจังโก้ได้ลูกตั้งเตะนอกกรอบฝั่งซ้าย เอลีอาส เอร์นานเดซเปิดโด่งไปลุ้นหน้าประตูแต่เฟลิกซ์ คริชานโต้กองหลังฮอนดูรัสยังช่วยโหม่งสกัดออกหลังไปได้ก่อนผู้เล่นเม็กซิโกจะเข้าถึงบอล

กลับมาลงเล่นครึ่งหลังนาที 49 ฮอนดูรัสได้ทักทายบ้าง เมื่อได้ลูกฟรีคิ๊กหน้ากรอบเขตโทษ รอมเมลล์ เควียตโต้บรรจงปั่นบอลกระดอนพื้นทำให้โฮเซ่ โกโรน่าต้องล้มตัวปัดไว้ในทีแรก ก่อนผู้เล่นจังโก้จะตามมาเตะทิ้งไปได้

นาที 54 ฮอนดูรัสชักได้ใจบุกใส่ต่อเนื่อง โบเนี้ยค การ์เซียแข้งสำรองจ่ายให้โอวิดิโอ ลานซ่าหลุดไปยิงเร็วในกรอบเขตโทษแต่บอลก็ยังไปตรงตัวโฮเซ่ โกโรน่านายด่านจังโก้

นาที 77  ไฮไลท์ฟุตบอลฮอนดูรัสเกือบได้ประตูตีเสมอ จากลูกเตะมุมฝั่งซ้าย รอมเมลล์ เควียตโต้ เปิดโด่งลักไก่บอลกำลังจะข้ามเส้นเสียบเสาแรกยังดีที่ โฮเซ่ โกโรน่า ผู้รักษาประตูเม็กซิโก้ยังทุบบอลทิ้งก่อนจะข้ามเส้นเข้าประตูไปได้ทัน

ช่วงทดเวลานาที 90+3  ฮอนดูรัสยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อัลเฟรโด้ เมเฮียได้หลุดไปยิงในเขตโทษแต่บอลหลุดกรอบเข้าข้างตาข่ายเท่านั้น ทำให้หมดเวลาการแข่งขันเม็กซิโกเฉือนฮอนดูรัสไปได้ 1-0 แล้วกลับมาพบกับไฮไลท์ฟุตบอลลีกดังได้ทุกวันที่นี่  ไฮไลท์ฟุตบอลสดใหม่ ทันใจ ต้องที่นี่ทีเดียวเท่านั้น…

“หงส์แดง” ฟอร์มเริ่มเข้าฝัก หลังจากผ่านเรื่องของคาริอุส

 

และเปลี่ยนเป็นมิงโญเลต์แทน ตัวเจ็บมีแดนนี่ อิงก์ ส่วนคูตินโญ่นั้นต้องรอเช็กความฟิตในนาทีสุดท้าย  เกมรุกนำทัพโด ลัลลานา , เฮนเดอร์สัน และไวนัลดุม จะคอยสนับสนุน แนวรุกทั้ง 3 ได้แก่   มาเน่ ,โอริกี้ และฟีร์มิโน่”เรือใบสีฟ้า” เริ่มตั้งลำได้ตั้งแต่กมที่พวกเขาชนะอาร์เซน่อลได้ 2-1 และพยายามเดินหน้าทำแต้มไล่ตามเชลซีต่อไป ตัวเจ็บมีกอมปานี และกุนโดกัน แถมตอนนี้ได้แฟร์นานดินโญ กลับมาแล้ว นำทัพเกมรุกโดย สเตอริง , ซิลบา , เดอ บรอยน์ , และเซอร์คิโอ อเกวโร่ หอกเบอร์ 1 ของทีมทรรศนะ :  เกมซูเปอร์บิ๊กแมตช์ประจำวันสิ้นปีที่ทั้ง 2 ทีมนั้นต้องการ 3 แต้มเพื่อนไล่จ่าฝูงเชลซี รูปเกมนั้นจะเป็นการเปิดเกมรุกเข้าหากันอย่างแน่นอน ไม่ว่า “คูตี้” จะลงได้หรือไม่ได้นั้นก็ไมได้เป็นปัญหาสำหรับพวกเขาเท่าไหร่ ดังนั้นโอกาสเสมอแบบสุดมันน่าจะมีสูง”ปืนใหญ่” กลังจากมีช่วงที่ลุ้นแชมป์แต่ตอนนี้กลับมาในที่ที่ตัวเองอยู่คือ อันดับ 3-4 เหมือนเดิมอีกแล้ว ตัวเจ็บอาน อัคปอม,  กาซอร์ล่า, ซาโนโก้ ,  มุสทาฟี และเดอ บุซซี เกมรุกยังใช้ 3 ประสาน เมซุต โอซิล ,ธีโอ วัลค็อตต์ , อเล็กซ์ อิโวบี และ อเล็กซิส ซานเชซ เป็นหอกหน้าเป้า”ปราสาทเรือนแก้ว” หลังจากเปลี่ยนแนวมาเล่นต่อบอลดันห่วยซะงั้นทำให้ “พาร์ดิว” ต้องกลับมาเล่นบอลโยนเหมือนเดิม โจนาธาน เบนเตเก้ , ซูอาเร่ , วิคแฮม , ทอมกิ้นส์ และม็องด็องด้า ลงไม่ได้ นำทัพเกมรุกโดยซาฮา, พันเชียน , ทาวน์เซนด์ และ คริสติย็อง เบนเตเก้ทรรศนะ : อาร์เซน่อลต้องมาเจอกับทีมเอาแน่เอานอนอะไรไมได้สักอย่าง แบบคริสตัล พาเลซ แต่คิดแล้วว่าพาร์ดิวเองน่าจะมาเล่นเกมรับมากกว่าแล้วใช้ลูกโยน ที่เป็นทีเด็ดเข้าโจมตี รวมถึง ลูกหนักของเบนเตเก้ ดังนั้น พวกเขามีสิทธิ์บุกมาสร้าง ได้”ขุนค้อน” เจ้าบ้านฟอร์มไม่คงเส้นคงวาแบบซีซั่นก่อนแถมยังหนักไปทางแพ้จนต้องมาลุ้นหนีตกชั้น วันนี้ จะยังหมดสิทธิ์ใช้บริการ ซาโก, โตเร่ , บายแร่ม , ซาซ่า และอ็อกฟอร์ด เกมรุกยังใช้ ดิมิทรี ปาเยต์ ,มานูเอล ลานซินี่ , และ แอนดรูว์ แคร์โรลล์ยืนคํ้า”ปีศาจแดง” ฟอร์ขึ้นมาหลังจากช่วงพฤศจิกายนที่เสมอติดๆ กัน 6 นัดตอนนี้พวกเขายังมีลุ้นพื้นที่ UCL ตัวเจ็บมีเพียงสมองลิ่ง เท่านั้น  เกมรุกแดนกลางได้ ปอล ป็อกบา , ฆวน มาต้า และอ็องโตนี่ มาร์กซิยัล นำทัพ ประสาน ซลาตัน อิบราฮิโมทั้ง 2 ทีมฟอร์มค่อนข้างต่างกันอย่างชัดเจน เพราะอย่างน้อยๆ “แมนฯ ยูไนเต็ด” ก็มีเกมรับที่ไว้วางใจได้มากกว่าเจ้าบ้านที่บทจะหลุดมันก็รั่วเอาได้ง่ายๆ และเชื่อว่าวันนี้จะเป็นอีกวันที่ลูกทีมของ “อามูมู่” จะเก็บ 3 คะแนนไปได้แบบเฉือนๆ ไม่ยิงขาด…

ไก่เปิดศึกดวลปืนใหญ่ในศึกนอร์ทลอนดอนดาร์บี้แมตซ์

 

ศึกบิ๊กแมตซ์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษในอาทิตย์นี้นั้น ก็จะเป็นเกม นอร์ทลอนดอนดาร์บี้ ที่จะเป็นระหว่างทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส นั้นที่เป็นทีมรองจ่าฝูงซึ่งเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครในบ้านอีกด้วย ซึ่งในเกมนี้นั้นก็จะนำทัพโดย แฮรี่ เคน นักเตะสุดยอดของทีมที่จะต้อนรับการมาเยือนของ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล นั้น ซึ่งเป็นทีมอันดับที่ 6 ของตาราง โดยในเกมนี้นั้นก็น่าจะมี อเล็กซิส ซานเชซ ลงเป็นทีเด็ดที่จะนำพาทีมนั้นเอาชนะไปได้นั่นเอง

สเปอร์ส นั้นก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทีมที่ยังไม่แพ้ใครในบ้านเลยนะครับตลอดระยะเวลาที่เปิดฤดูกาลมานั้น โดยในเกมนี้ก็จะต้องปะทะกับทีมใหญ่อย่างอาร์เซน่อล ซึ่งในเกมนี้นั้นทางด้านสเปอร์สก็จะต้องจำเป็นอย่างมากเลยนะครับที่จะสามารถเก็บสามแต้มสำคัญนี้ไปให้ได้นั่นเอง โดยการแข่งขันที่ผ่านมานั้นทางด้านสเปอร์ส ก็ได้เอาชนะมาได้ 8 เกมติดต่อกันแล้วนะครับซึ่งในเกมล่าสุดนั้นก็สามารถที่จะบุกทุบคริสตัล พาเลซ ไปได้ 1-0 นั่นเอง แต่ในเกมเอฟเอคัพ ที่ผ่านมานั้นก็คงต้องพลาดไปอย่างน่าเสียดาย สภาพทีมในตอนนี้ของทางด้านสเปอร์สนั้นการนำทีมของ เมาริซิโอ โปเซ็ตติโน่ นั้น ซึ่งยังคงต้องติดตามอาการของ มูซ่า เดมเบเล่ อีกต่อไป เนื่องจากยังคงไม่ได้รับการรักษาพยาบาลที่ถูกต้องนั่นเอง ส่วนทางด้าน แดนนี่ โรส นั้นที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ในก่อนหน้านี้นั้นในเกมนี้ก็ยังไม่สามารถทีจะลงเล่นได้นั่นเอง การเล่นในครั้งนี้นั้นก็จะใช้ระบบ 4-2-3-1  ส่วนทางด้านผู้รักษาประตูนั้นก็น่าจะใช้ อูโก้ โยริส คนเดิมนั่นเอง ทางด้านแนวรุกของทีมนั้น ก็น่าจะใช้ตัวเดิม อาทิต เดเล่ อัลลี่, คริสเตรียน เอริคเซ่น , ซน ฮึง-มินนั่นเอง ส่วนทางด้านอาร์เซน่อลนั้นก็กลับมาสามารถที่จะเก็บชัยชนะได้อีกครั้งแล้วนะครับ ซึ่งในเกมล่าสุดที่ผ่านมานั้นก็สามารถที่จะเอาชนะโบโร่มาได้ 2-1 และเปิดบ้านเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ มาได้ 1-0 เช่นกัน แถมยังสามารถที่จะเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ มาได้สำเร็จอีกด้วย โดยการจัดทัพในครั้งนี้นั้น ก็น่าจะไม่มีอะไรปรับเปลี่ยนไปมากนั้น ซึ่งก็ยังสามารถที่จะเล่นได้เป็นทีมเวิร์คอยู่นั่นเอง ในเกมรุกของทีมนั้นก็จะมี อารอน แรมซี่ย์ ที่ได้เข้ามาร่วมก๊วนกับ เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ ซึ่งในแดนหน้านั้นก็จะใช้ แดนนี่ เวลเบ็ค และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ นั่นเอง โดยก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่า ศึกบิ๊กแมตซ์ในเกมนี้นั้นผลสรุปการแข่งขันจะลงเอยเช่นไร ทีมไหนจะสามารถที่จะเก็บสามแต้มไปไดนั่นก็คงต้องติดตามกันนะครับ

 …

“เชอรี่” หลังๆ พวกเขาฟอร์มเริ่มแผ่วลง

 

หลังจากช่วยกอบโกยที่เก็บแต้มได้จากทีมใหญ่ ตอนนี้พวกเขามีโอกาสแพ้ใครก็ได้ “ฮาว”  ยังจะหมดสิทธิ์ใช้งาน แอนดรูว์ เซอร์มัน ,ลูอิส คุ้ก และจูเนียร์ สตานิสลาส  ยังจะหมดสิทธิ์ใช้งาน แอนดรูว์ เซอร์มัน ,ลูอิส คุ้ก และจูเนียร์ สตานิสลาส”ปินใหญ่” เริ่มเป๋เพราะเรื่องของโอซิลและอเล็กซิส แต่ยังดีที่ช่วงอกซิ่งเดย์นั้นพอจะเก้บแต้งเกาะกลุ่มหัวตารางได้อยู่บ้าง ได้ตัวหลักกลับมาหลายตัว ทั้งแพร์ แมร์เตซัคเกอร์ และ แดนนี่ เวลแบ็ค  เกมรุกยังใช้ 3 ประสาน เมซุต โอซิล ,ธีโอ วัลค็อตต์ , ลูคัส เปเรซ และ อเล็กซิส ซานเชซทรรศนะ : อาร์เซน่อลนั้นเริ่มห่างจากเส้นทางลุ้นแชมป์เข้าไปทุกที ถ้ายังตั้งลำไม่ได้ก็มีสิทธิ์เป๋ยาว ส่วน บอร์นมัธ ในบ้านนั้นก็ยังพอไว้ใจได้บ้าง ดังนั้นโอกาสที่พวกเขาจะพลิก มีแต้มกับทีมใหญ่อีกครั้ง ในเกมที่สภาพจิตใจของอาร์เซน่อลยังไม่ดีพอ”ไก่เดือยทอง” ชนะสองเกมลีกล่าสุดด้วยสกอร์ 4-1 สถิติตอนนี้ชนะติดต่อกัน 4 เกมติด แถม สเปอร์ ยังเปิดบ้านไม่แพ้ เชลซี ติดต่อกัน 3 นัด วันนี้รอแค่เช็คฟิตของลาเมล่า แนวรุกนำโดยแฮรี เคน แดนกลางมีเอริคเซ่น อัลลีและซิสโซโก้ ส่วนห้องเครื่องเป็นเด็มเบเล่และวานยาม่า”สิงห์ไฮโซ” เชลซี ชนะ สโตีค 4-2 สถิติชนะติดต่อกัน 13 เกมลีกล่าสุด แถมเสียแค่ประตูเดียวจาก 3 เกมลีกล่าสุด  ตอนนี้มี อลอนโซ่กับเทอรี่ที่ยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ 3 ประสานแดนหน้ามีเปโดร อาซารและคอสต้า แเดนกลางมาติช ก็องเต้ คุมเกม วิงแบ็กใช้โมเสสกับอลอนโซ่ทรรศนะ : สเปอร์ส ฟอร์มกำลังเข้าฝัก ไม่ต่างจากผู้มาเยือนแถมทั้ง 2 ฝ่ายมีจุดเด่นที่เหมือนกันคือมีเกมรับที่เหนียวแน่น น่าจะเน้นระวังกันมากกว่า ดังนั้นโอกาสที่จะจบลงด้วยผลเสมอนั้นมีสูงมากๆ แต่ไม่อย่าง 0-0 แน่นอน”กระทิงล้วน” ในโกปาเดลเรย์ บิลเบายำ ราซิ่ง ซาตานเดร์ด้วยสกอร์มรวม 5-1 เลยทีเดียว ส่วนในลีกตอนนี้อยู่อันดับ 6 มีลุ้นเล่นบอลยุโรปถ้วยใหญ่ แนวรุกนำโดยจอมเก๋าอาริซ อาดูริซเหมือนเดิม ขนาบข้างด้วย มูเนียอิน และอินากี้ วิลเลี่ยม แดนกลางมีเบนัต เอ็ตเซเบเรีย และซาน โฮเซ่ แนวรับมีลาปอร์เต บัญชาการ”ยานแม่” ตอนนี้อยู่อันดับ 2 ตามเรอัลมาดริด 3 คะแนน แต่ชุดขาวแข่งน้อยกว่าพวกเขา 1 นัดส่วนรอบก่อนก็ยำเอกูเลสยับ ด้วยสกอร์รวม 8-1 วันนี้ “เอ็นรีเก้” น่าจะจัด MSN เมสซี่ เนย์มาร์ และซัวเรซ เป็นยักษ์ปักหลั่น แดนกลางมีราคิติช อิเนียสต้า และ เซอร์คิโอ บุสเก็ตส์ คอยปัดกวาดหน้าแผงหลังทรรศนะ : บิลเบานั้นค่อนข้างจะมีแนวรับอันแข็งแกร่งยามอยู่ในบ้าน ถ้าบาร์ซ่าไม่โถมหนักแต่ต้นเกมก็ยากที่ จะสามารถ บุกมาเก็บชัยได้ แต่เชื่อว่า บิลเบาเองน่าจะมีทีเด็ดในเกมนี้อยู่ พอตัวโดยเฉพาะ ในรายของอาดูริซ  ที่สามารถฉกจังหวะฉาบฉวยได้ดีนักแล…

เอาแล้ว ดวงอย่างดี สำหรับสาวกปืนใหญ่ เมื่อ ทีม เลสเตอร์ พลาด เตะบอลเข้าประตูตัวเอง

 

การเจอกันระหว่างปืนใหญ่ อาร์เซนอล และ เลสเตอร์ซิตี้ แน่นอนว่า เป็นศึกที่ไม่ง่ายนักสำหรับแต่ละทีม เพราะหากกล่าวถึง ผลงานของแต่ละทีมที่ผ่านๆมาแล้วล่ะก็ ไม่มีใครยอมใครจริงๆ แฟนๆ แต่ละทีมนี่คือต้องลุ้นอย่างหนักหน่วง เมื่อฟอร์มการเล่นของแต่ละทีมออกมาดีขนาดนี้ นับเป็นศึกพรีเมียร์ลีก ที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก สำหรับกองเชียร์หรือสาวก ปืนใหญ่ บอกไว้เลยว่า การจะผ่านเลสเตอร์ ซิตี้ เพื่อเข้าสู่รอบต่อไปนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดและ สำหรับกองเชียร์ หรือสาวกของเลสเตอร์ ซิตี้ เหมือนกันว่า ปืนใหญ่ก็คงไม่ปล่อยให้ เลสเตอร์ ผ่านเข้าไปง่ายๆเหมือนกัน นับเป็นศึกที่น่าตื่นเต้น น่าน่าเอาใจช่วยสุดๆ ของทั้งสองทีมกันเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อผลออกมาเป็นไปตามเกมดังนี้

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนวันพุธที่ 26 เมษายน 2560 เป็นการดวลกันระหว่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล มีคิวเปิดสนาม เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่า เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ จะเป็นฝ่ายได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกม เก็บ 3 แต้มสำคัญในเกมนัดตกค้างไปได้สำเร็จที่สกอร์ 1-0  โดยเกมในครึ่งเวลาแรกเป็นทางฝั่งเจ้าบ้าน “ปืนใหญ่” ที่เอาบอลมาครองพร้อมกับเดินหน้าบุกใส่แผงหลัง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้มากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์ของลูกทีม อาร์แซน เวนเกอร์ ยังทำกันได้ไม่เฉียบขาดพอ ทำให้จบ 45 นาทีแรกทั้งสองทีมยังคงเจ๊ากันอยู่ที่สกอร์ 0-0

ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเป็น อาร์เซนอล ที่เดินหน้าบุกหนักเพื่อหวังประตูขึ้นนำ แต่จังหวะสุดท้ายยังทำอันตรายแผงหลัง “จิ้งจอกสยาม” ได้ไม่มากพอ จนกระทั่งเวลาเดินทางเข้าสู่ช่วงท้ายเกม(นาที86) “ปืนใหญ่” มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกยิงของ นาโช่ มอนเรอัล บอลพุ่งแรง(ไม่ตรงกรอบ)แต่ไปแฉลบ โรเบิร์ต ฮูธ เปลี่ยนทางเข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ เจ้าถิ่น ออกนำ 1-0 ก่อนจะรักษาสกอร์จนจบ 90 นาที พร้อมกับซิว 3 แต้มสำคัญเพื่อต่อลมหายใจไล่จี้พื้นที่ Top4 ได้สำเร็จ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

อาร์เซนอล : ปีเตอร์ เช็ก(GK), กาเบรียล เปาลิสต้า, โลร็องต์ กอสเชียลนี่, นาโช่ มอนเรอัล, เอ็คตอร์ เบเญริน, ฟร็องซิส ค็อกโกแล็ง, กรานิต ชาก้า, คีแรน กิ๊บบ์ส, เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ, ธีโอ วัลค็อตต์

เลสเตอร์ ซิตี้ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล(GK), แดนนี่ ซิมป์สัน, โรเบิร์ต ฮูธ, โยฮัน เบอนาลูอาน, คริสเตียน ฟุ๊คส์, ริยาด มาห์เรซ, วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้, แดเนี่ยล ดริ๊งค์วอเตอร์, มาร์ก อัลไบรจ์ตัน, เลโอนาร์โด้ อูยัว, เจมี่ วาร์ดี้…

ไก่เปิดศึกดวลปืนใหญ่ในศึกนอร์ทลอนดอนดาร์บี้แมตซ์

ศึกบิ๊กแมตซ์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษในอาทิตย์นี้นั้น ก็จะเป็นเกม นอร์ทลอนดอนดาร์บี้ ที่จะเป็นระหว่างทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส นั้นที่เป็นทีมรองจ่าฝูงซึ่งเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครในบ้านอีกด้วย ซึ่งในเกมนี้นั้นก็จะนำทัพโดย แฮรี่ เคน นักเตะสุดยอดของทีมที่จะต้อนรับการมาเยือนของ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล นั้น ซึ่งเป็นทีมอันดับที่ 6 ของตาราง โดยในเกมนี้นั้นก็น่าจะมี อเล็กซิส ซานเชซ ลงเป็นทีเด็ดที่จะนำพาทีมนั้นเอาชนะไปได้นั่นเอง

สเปอร์ส นั้นก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งทีมที่ยังไม่แพ้ใครในบ้านเลยนะครับตลอดระยะเวลาที่เปิดฤดูกาลมานั้น โดยในเกมนี้ก็จะต้องปะทะกับทีมใหญ่อย่างอาร์เซน่อล ซึ่งในเกมนี้นั้นทางด้านสเปอร์สก็จะต้องจำเป็นอย่างมากเลยนะครับที่จะสามารถเก็บสามแต้มสำคัญนี้ไปให้ได้นั่นเอง โดยการแข่งขันที่ผ่านมานั้นทางด้านสเปอร์ส ก็ได้เอาชนะมาได้ 8 เกมติดต่อกันแล้วนะครับซึ่งในเกมล่าสุดนั้นก็สามารถที่จะบุกทุบคริสตัล พาเลซ ไปได้ 1-0 นั่นเอง แต่ในเกมเอฟเอคัพ ที่ผ่านมานั้นก็คงต้องพลาดไปอย่างน่าเสียดาย สภาพทีมในตอนนี้ของทางด้านสเปอร์สนั้นการนำทีมของ เมาริซิโอ โปเซ็ตติโน่ นั้น ซึ่งยังคงต้องติดตามอาการของ มูซ่า เดมเบเล่ อีกต่อไป เนื่องจากยังคงไม่ได้รับการรักษาพยาบาลที่ถูกต้องนั่นเอง ส่วนทางด้าน แดนนี่ โรส นั้นที่มีอาการบาดเจ็บอยู่ในก่อนหน้านี้นั้นในเกมนี้ก็ยังไม่สามารถทีจะลงเล่นได้นั่นเอง การเล่นในครั้งนี้นั้นก็จะใช้ระบบ 4-2-3-1  ส่วนทางด้านผู้รักษาประตูนั้นก็น่าจะใช้ อูโก้ โยริส คนเดิมนั่นเอง ทางด้านแนวรุกของทีมนั้น ก็น่าจะใช้ตัวเดิม อาทิต เดเล่ อัลลี่, คริสเตรียน เอริคเซ่น , ซน ฮึง-มินนั่นเอง ส่วนทางด้านอาร์เซน่อลนั้นก็กลับมาสามารถที่จะเก็บชัยชนะได้อีกครั้งแล้วนะครับ ซึ่งในเกมล่าสุดที่ผ่านมานั้นก็สามารถที่จะเอาชนะโบโร่มาได้ 2-1 และเปิดบ้านเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ มาได้ 1-0 เช่นกัน แถมยังสามารถที่จะเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกฟุตบอลเอฟเอคัพ มาได้สำเร็จอีกด้วย โดยการจัดทัพในครั้งนี้นั้น ก็น่าจะไม่มีอะไรปรับเปลี่ยนไปมากนั้น ซึ่งก็ยังสามารถที่จะเล่นได้เป็นทีมเวิร์คอยู่นั่นเอง ในเกมรุกของทีมนั้นก็จะมี อารอน แรมซี่ย์ ที่ได้เข้ามาร่วมก๊วนกับ เมซุต โอซิล, อเล็กซิส ซานเชซ ซึ่งในแดนหน้านั้นก็จะใช้ แดนนี่ เวลเบ็ค และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ นั่นเอง โดยก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่า ศึกบิ๊กแมตซ์ในเกมนี้นั้นผลสรุปการแข่งขันจะลงเอยเช่นไร ทีมไหนจะสามารถที่จะเก็บสามแต้มไปไดนั่นก็คงต้องติดตามกันนะครับ

 …

ไฮไลท์ฟุตบอล! นิวยอร์อัดมินนิโซตา 3-1 รักษาที่สามไว้แน่น

 

 

ไฮไลท์ฟุตบอลวันนี้พาไป เป็นศึกเมเจอร์ลีก อเมริกา ระหว่าง นิวยอร์ก ซิตี้เปิดบ้านรับ มินนิโซตา ยูไนเต็ด ปาทริค วิเอร่ากุนซือเจ้าบ้าน ส่งดาวิด บีย่าหัวหอกจอมเก๋าชาวสเปนเป็นความหวังในแนวรุก และใส่ชื่อ อันเดรีย ปิโล่จอมทัพชาวอีตาลี่เป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น ในขณะที่ผู้มาเยือน มินิโซตา ยูไนเต็ด ส่ง เควิน โมลีน่า,โฮอัน เวเนกาส และมิเกล อีบาร์ร่าลองทำเกมรุกเพื่อสนับสนุน คริสเตียน รามิเรซในแดนหน้า

ครึ่งแรกเริ่มมาได้ 9 นาที ไฮไลท์ฟุตบอลสกอร์แรกของเกมก็ตกเป็นของมินนิโซตา  เกมรุกของทีมเยือนลองส่องไกลบอลไม่ได้มีอันตรายอะไรแต่ผู้รักษาประตูเจ้าบ้าน เอริค โยฮันเซ่นดันรับบอลกระเฉาะ คริสเตียน รามิเรซจึงปรี่เข้าซ้ำเสยตาข่ายเป็น 1-0

ถัดมาสองนาที เจ้าบ้านได้ลุ้นคืนบ้างเมื่อยานเกล เอร์เรร่าได้ปั่นเล่นทางที่หน้ากรอบเขตโทษเฉียดเสาออกหลังไปอย่างหวุดหวิด

นาที21 เจ้าบ้านยังได้บุกต่อเนื่อง เกมรุกมาทางฝั่งขวา แจ๊ค แฮริสันน์ลากเดี่ยวหลบแนวรับมินนิโซตา เข้าไปยิงยัดที่เสาแรกแต่ บ็อบบี้ ชัมเทิลเวิร์ธมือกาวทีมเยือนยังเซฟออกหลังไปได้

อย่างไรก็ดีนาที 38 นิวยอร์ก ซิตี้ก็ตามตีเสมอจนได้ไฮไลท์ฟุตบอลจังหวะทำประตูของเจ้าบ้าน บอลแทงทะลุมาในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย เบน สวีตเติมเกมมาดึงบอลหลบทำให้แนวรับทีมเยือนเสียจังหวะ อเล็กซานเดอร์ คัลเล่นส์วิ่งมาซัดเข้าไปตุงตาข่ายเป็น 1-1 ก่อนหมดครึ่งแรก

ครึ่งหลัง นาที 52 เจ้าบ้านพลิกแซงบ้าง ไฮไลท์ฟุตบอลจังหวะสกอร์แรกในครึ่งหลัง ร๊อด วัลเลซเปิดบอลจากกราบซ้ายมาให้ แจ๊ค แฮริสันน์ ขวิดเน้นๆที่เสาไกลตุงตาข่ายเป็น 2-1

นาที 63 ไฮไลท์ฟุตบอลจังหวะโชความเทพของดาวิด บีย่า เกมรุกขึ้นมาฝั่งขวาของ นิวยอร์ก บีย่าเก็บบอลได้จากสุดเส้นก่อนลากหนีผู้เล่น มินนิโซตา ยูไนเต็ด ถึง 3 คน เข้าไปยิงยัดในกรอบเขตโทษเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างเด็ดขาด เจ้าบ้านนำห่างเป็น 3-1

นาที 75 ยังเป็นโอกาสของเจ้าถิ่น เมื่อบีย่าแทงบอลให้  ร๊อด วัลเลซ หลุดไปซัดในกรอบเขตโทษเหน่งๆแต่ก็เข้าข้างตาข่ายไปเท่านั้น

 

หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายทำอะไรกันไม่ได้ ทำให้หมดเวลาการแข่งขัน นิวยอร์ก ซิตี้เอาชนะมินนิโซตา ยูไนเต็ดไปได้ 3-1 คว้าสามแต้มไปครองได้สำเร็จแล้วกลับมาพบกับไฮไลท์ฟุตบอลลีกดัง ฟุตบอลทีมชาติ หรือฟุตบอลอุ่นเครื่องได้ทุกวันที่นี่  ไฮไลท์ฟุตบอลสดใหม่ ทันใจ ต้องที่นี่ทีเดียวเท่านั้น

 …